ทัศนศึกษา

ทัศนศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี

ตราประจำจังหวัดสุพรรณบุรีตราผ้าพันคอลูกเสือจังหวัดสุพรรณบุรี
ตราประจำจังหวัด
จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทยห่างจากกรุงเทพ 107กิโลเมตร
ภูมิประเทศ
ส่วนใหญ่ของสุพพรณบุรีเป็นที่ราบต่ำติดชายฝั่งแม่น้ำ มีทิวเขาขนาดเล็กอยู่ทางตะวันตกด้านตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ราบลุ่มของแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำืท่าจีน) ใช้เป็นพิ้นที่ปลูกข้าว
คำขวัญประจำจังหวัด
มืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง
วันที่ 3 สิงหาคม 2554 กลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา และ กลุ่มสาระฯการงานอาชีพ นำนักเรียน ม.4 ไปทัศนศึกษา ตามโครงการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดให้นักเรียนได้ศึกษา เรียนรู้นอกสถานที่ จึงได้จัดให้นักเรียนไปทัศนศึกษาที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทุกคนร่วมเดินทางโดยรถของบริษัติรัตนบลาลี        นักเรียนทั้งหมด 519 คน มีอาจารย์ผู้ควบคุมดูแลประจำรถ คันละ 2 ท่าน รถทั้งหมด 10 คัน เราได้ดูแลนักเรียนคันที่ 6ร่วมเดินทางกับเด็กนักเรียนห้องม.4 ห้อง 6 และห้อง7ออกเดินทาง จากโรงเรียน 7.30น.
นักเรียน ม.4 เป็นนักเรียนที่เราได้สอนเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาทำงานในโรงเรียนสายน้ำผึ้ง และบางคนก็เป็นนักเรียนที่เราได้ประจำชั้นเป็นครั้งแรกเช่นกัน รู้สึกดีใจถึงแม้ว่า เราจะไม่ได้มีโอกาสได้สอนพวกเขาแล้ว แต่นักเรียนทุกคนก็ยังจำได้ ทักทายเราอยู่ตลอด และนักเรียนพูดขึ้นมาว่า (ตอนที่หนูเรียนกับครู วิ่งข้ามรั้วของครูอ่ะ หนูกลัวมาก วิ่งยังไงก็ติดตลอด แต่มันก็ผ่านมาได้ด้วยดี ) บางคนก็พูดว่าหนูอยากกระโดดข้ามรั้วอีก !!! นักเรียนทุกคนยังจำเราได้ ยังทักทายเราอยู่่ทุกวัน ดีใจที่พวกเขาไม่ลืม ระหว่างการเดินทาง รถคันที่ 2 ล้อระเบิด แต่โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ และก็ผ่านไปได้ด้วยดี เวลาของการขับรถถึงสุพรรณ  ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า สถานที่แรกที่เราไปทัศนศึกษาก็คือ

                       วัดบ้านกร่าง   

จากทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านอำเภอศรีประจันต์
วัดบ้านกร่าง
เข้าทางหลวงหมายเลข 3038 กิโลเมตรที่ 14-15 ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรีคนละฝั่งกับที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์ห่างจากจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีกรุพระขุนแผนบ้านกร่าง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังสงครามยุทธหัตถีระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ลักษณะเป็นพระคู่ ด้านใต้ของวัดมีเจดีย์องค์หนึ่งอายุประมาณ 100 ปี บริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำมีปลาอาศัยจำนวนมาก ทางวัดจัดจำหน่ายอาหารปลา ถือ เป็นอุทยานมัจฉา แห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี จะสังเกตเห็นเรือนแถวหน้าทางเข้าวัดบ้านกร่าง เป็นเรือนแถวไม้สองชั้นแบบโบราณ บรรยากาศเงียบสงบ สะท้อนความเป็นอยู่เรียบง่ายแบบดั้งเดิมของผู้คนแถวนั้น
(ปลาที่วัดนี้เยอะมาก)
จากนั้นพี่ๆที่เป็ไกด์ก็อธิบายประวัติความเป็นมาของวัดบ้านกร่างให้นักเรียนทุกคนฟัง เมื่อเราได้ชมเรียบร้อยแล้วสถานที่ต่อไปคือ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ที่อยู่ห่างจากวัดบ้านกร่างไม่มาก นั่งรถประมาณ 5 นาที เราก็ถึงหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย เมื่อนักเรียนลงจากรถ สิ่งที่คาดคิด ได้ยินเสียงนักเรียนกรีดกราดลั่นไปหมด นึกว่ามีอะไร เมื่อได้เห็น ดารา อั้ม อภิชาติ ชุมนานนท์ มาถ่ายละครพอดี นักเรียนสายน้ำผึ้ง (ร.ร.หญิงล้วนเต็มที่เลย) เห็นพี่อั้มแลัวลืม พระเอกที่กำลังจะแสดงให้เราดูกันเลย จากนั้นเมื่อนักเรียนก้เข้าไปนั่งชมการแสดงของควาย คนบรรยายก็จะบอกถึงประวัติ บอกถึงลักษณะสายพันธุ์ของควาย มีความแคระ ควายเผือก ควาย 5 ขา ควายที่สวยที่สุด และที่ประทับใจที่สุดคือ ความยิ้ม  
  
                 






                 



ควายยิ้ม                                          ความทำความเคารพ
จากหมู่บ้านอนุรักษ์ความไทยแล้วเราก็เดินทางไปตลาดร้อยปีสามชุก เป็นตลาดที่เก่าแก่ของจังหวัด
เขาบอกว่าถ้าหากใครมีโอกาสได้มาเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ย่อมจะพลาดไม่ได้ที่จะมาจับจ่ายใช้สอย หาซื้อของฝาก ติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านกันที่ตลาดสามชุก(ตลาดร้อยปี) เพราะตลาดสามชุกนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมอีกที่หนึ่งของหวัดสุพรรณบุรี ใครมาที่สุพรรณบุรีแล้วไม่ได้มาเที่ยวที่ตลาดสามชุกก็ถือว่ามาไม่ถึง เพราะนอกจากจะได้ของฝากกลับบ้านแล้ว ยังได้มาชื่นชมบรรยากาศของตลาดเก่าในสมัยโบราณอีกด้วยก้าวแรกที่เดินเข้ามาที่ตลาดสามชุก ก็รู้สึกว่าเหมือนย้อนเวลากลับมาในอดีต เพราะตลาดสามชุกยังมีบรรยากาศเก่าๆ พ่อค้า แม่ค้าต่างนำสินค้ามาขายกันที่หน้าบ้านของตนเอง และที่สำคัญสภาพบ้านเรือนก็ยังคงสภาพเป็นห้องแถวสร้างด้วยไม้ หลังคามุงด้วยสังกะสี และยังมีวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันระหว่างคนไทยกับคนจีน จนทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสาย จีนขี้น
ร้านถ่ายรูปภาพเก่า
ตลาดสามชุก เป็นตลาดสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อถนนคือ เส้นทางจราจรทางบกที่เข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ ทำให้คนหันหลังให้กับแม่น้ำท่าจีน ความสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าริมน้ำเริ่มลดลง บรรยากาศการค้าขายในตลาดสามชุกก็เริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว และเมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า สร้างตลาดใหม่ จึงทำให้ชาวบ้านพ่อค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ระดมความคิด หาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และหาทางฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ร้านค้าในตลาดมีประมาณ 300 ร้าน เจ้าของร้าน 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวตลาดสามชุก อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นชุมชนรอบข้าง ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนถิ่นอื่นเข้ามาร่วมทำมาหากิน

จากนั้นสถานทีสุดท้ายที่เราได้ไปชมก็คือ วัดป่าเลไลย์
เรือนขุนช้าง
วัดป่าเลไลย์เป็นวัดเก่าแก่  ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ สุพรรณบุรีชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดป่า  เป็นพรอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหาร วัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมาย พระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบ สมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้าง ในสมัยที่ เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะ 
วัดป่าเลไลยก์ภายหลัง พ.ศ. 1724

วัดป่าเลไลย์ เป็นที่คุ้นของคนทั่วไป เนื่องจากปรากฎอยู่ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ขุนแผนเมื่อเยาว์วัย ได้มาบวชเรียนที่วัดนี้ในชื่อว่าเณรแก้ว ความสำคัญของวัดป่าเลไลยก์ตามที่พรรณาไว้ใน เสภา 
เรื่องขุนช้าง ขุนแผน ด้านหน้าของพระวิหารจึงมีรูปปั้นของขุนแผน 
และนางพิมตั้งอยู่
จิตกรรมฝ่าผนัง
ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่น เห็นแต่ไกลเป็นพระพุทธรูป ปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูป ปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือน พระพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอน ต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรม สารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของ ประชาชนใน จังหวัดสุพรรณบุรี
หลวงพ่อโต
หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณมาแต่โบราณกาล ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแลโปรดให้บูรณะวัดป่าเลไลยก์ เมื่อ พ.ศ. 1724 แสดงว่าแสดงว่าวัดนี้ได้สร้างมาแล้วก่อนหน้านั้น องค์พระประดิษฐานอยู่ในวิหารที่สูงใหญ่ มองเห็นเด่นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปาง ป่าเลไลยก์ขนาด ใหญ่สูง 23 เมตรเศษ สร้างตามแบบศิลปอู่ทองรุ่นที่สอง ซึ่งเป็นศิลปะฝีมือสกุลช่างอู่ทองแท้ ๆ เดิมทีองค์พระ ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง พระหัตถ์ขวาหัก ช่างได้สร้างวิหารครอบ โดยให้ผนังวิหารชิดกับพระ หัตถ์ขวา ส่วนทาง พระหัตถ์ซ้ายให้มีที่ว่าง ด้านหลังองค์พระสร้างชิดกับผนังวิหารทำให้แข็งแรง นับเป็นความ ชาญฉลาดของ ช่างเป็น อย่างยิ่ง มีผู้สันนิษฐานว่า เดิมเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ประทับนั่งอยู่กลางแจ้ง พระกรทั้งสองข้างหักหายไป ผู้ที่มาบูรณใหม่ได้ทำเป็นปางป่าเลไลยก์ตามที่นิยมกันในสมัยหลัง ลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้าย วางคว่ำบนพระชานุข้างซ้าย พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุข้างขวาในท่าทรงรับของถวาย พระวิหารที่สร้าง ครอบองค์พระ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ จะเห็นว่าที่หน้าบันของพระวิหาร มีพระราชลัญจกร ประจำพระองค์ คือเป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ปรากฎอยู่ งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ มีปีละสองครั้ง คือในวันขึ้น 5-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12 ทุกสถานที่ ที่ไปมาล้วนแล้วแต่มีคุณค่าความงดงามในตัวของมันเอง และเป็นสถานที่ที่สำคัญของไทยเรา จึงอยากให้คนไทยทุกคน เที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น ช่วยกันรักษาสิ่งที่งดงาม ประเพณี วัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ให้อยู่กับคนไทยไปอีกนานแสนนาน  

ลูกเสือวิสามัญ(ฺB.T.C)

การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ(ฺB.T.C)
ขั้นความรู้ทั่วไปและขั้นความรู้เบื้องต้น
รุ่นที่ 2/2554 ระหว่างวันที่ 15/17 กรกฎาคม 2554
ณ ศูนย์พัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือยุวกาชาด  และกิจกรรมเยาวชน
"กฐิน กุยยกานนท์" อำเภอเมือง จังหวัดสมุทปราการ
โดย สมาคมสโมสรลูกเสือวิสามัญแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2545 และพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติปรับปรุงกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2545 มาตรา 132 ให้โอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนของกรมพลศึกษา เฉพาะส่วนราชการ กองการลูกเสือ กองยุวกาชาด กองสารวัตรนักเรียน ยกเว้นในส่วนที่โอนไปเป็นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาเมื่อพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2546 มีผลให้ส่วนราชการกองการลูกเสือ กองยุวกาชาด และกองสารวัตรนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน เป็นส่วนหนึ่งในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ประวัติลูกเสือ
    วันลูกเสือแห่งชาติ   ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๔                        
                                   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖                              
      ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย 
             ๏ ข้าลูกเสือเชื้อไทยใจเคารพ ขอน้อมนบบาทบงสุ์พระทรงศรี   
               พระบาทมงกุฎเกล้าฯ จอมเมาลี ทรงปรานีก่อเกื้อลูกเสือมา
๏  ทรงอุตส่าห์อบรมบ่มนิสัย ให้มีใจรักชาติศาสนา 
          ทรงสั่งสอนสรรพกิจ วิทยา เป็นอาภาผ่องพุทธิ์วุฒิไกร
               ๏  ดังดวงจันทราทิตย์ประสิทธิ์แสง กระจ่างแจ้งแจ่มภพสบสมัย                                
  พระคุณนี้จะสถิตสนิทใน ดวงหทัยทวยราษฎร์ไม่คลาดเอย 
*** ราชสดุดี : เพลงลูกเสือ.
• ประวัติลูกเสือโลก
ลูกเสือมาจากคำว่า SCOUT ซึ่งมีความหมายดังนี้  
- S : Sincerity หมายถึง ความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงต่อกัน
- C : Courtesy หมายถึง ความสุภาพอ่อนโยน เป็นผู้มีมารยาทดี
- O : Obedience หมายถึง การเชื่อฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ในโอวาท
- U : Unity หมายถึง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รู้รักสามัคคี
- T : Thrifty หมายถึง ความมัธยัสถ์ ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
ผู้ก่อตั้งลูกเสือโลกคือ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ( บี.พี. ) ชาวอังกฤษ             ( เกิด ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๐๐ ) ในวัยเด็กชอบท่องเที่ยวพักแรม จึงรักธรรมชาติ ชอบร้องเพลง และมีความรู้ในการใช้แผนที่เป็นอย่างดี เมื่ออายุ ๑๙ ปี ได้รับราชการทหารเป็นร้อยตรี ไปประจำการ ณ ประเทศอินเดียและแอฟริกา ท่านเป็นทหาร มีเงินเดือนน้อยนัก จึงรู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด เข้มแข็งและอดทน
หลังจากปลดประจำการแล้ว ได้นำประสบการณ์ตอนเป็นทหาร เช่น การฝึกสอนเด็กๆ ให้รู้จักทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าว และเป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ มาพัฒนาแนวคิดเป็นขบวนการลูกเสือ โดยในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ท่านได้รวบรวมเด็ก ๒๐ คน ให้ไปอยู่กับท่านที่เกาะบราวน์ซี ในช่องแคบอังกฤษ ซึ่งนับเป็นการพักแรมครั้งแรกของลูกเสือ และต่อมาได้มีการก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นอย่างจริงจัง
ท่านลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ( บี.พี. ) ใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่ที่เคนยา แอฟริกา ในช่วงอายุ ๘๐ ปี และถึงแก่กรรม เมื่อ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่เคนยา แอฟริกานั้นเอง
• ประวัติลูกเสือไทย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากองเสือป่าขึ้นก่อน เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ โดยฝีกอบรมพวกผู้ใหญ่ เช่นข้าราชการพลเรือน ให้เรียนรู้วิชาการด้านทหาร เพื่อเป็นกำลังสำรองในยามมีศึกสงคราม และเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อประชาชนในยามสงบ เช่นช่วยปราบปรามโจรผู้ร้ายเป็นต้น
จากนั้นอีกสองเดือนต่อมา คือ ณ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย นับเป็นประเทศที่ ๓ ของโลก ที่จัดตั้งกองลูกเสือขึ้น ต่อจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยมีพระราชประสงค์ปลูกฝังให้เยาวชน รักชาติบ้านเมือง รักความสามัคคี มีความมานะอดทน และเสียสละเพื่อส่วนรวม
วิทยากรพร้อมผู้เข้าอบรม
• คำปฏิญาณของลูกเสือ
ด้วยเกียรติของข้า ข้าสัญญาว่า
ข้อ ๑ ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ข้อ ๒ ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ

ข้อ ๓ ข้าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ
• กฎของลูกเสือ
ข้อ ๑ ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้
ข้อ ๒ ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ข้อ ๓ ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือ

ผู้อื่นทุกเมื่อ
ข้อ ๔ ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสือทั่วโลก
ข้อ ๕ ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย
ข้อ ๖ ลูกเสือมีความเตตากรุณาต่อสัตว์
ข้อ ๗ ลูกเสือเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดาและผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ
ข้อ ๘ ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความลำบาก
ข้อ ๙ ลูกเสือเป็นผู้มัธยัสถ์

ข้อ ๑๐ ลูกเสือประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจ

ประวัติค่าย
ครูฝึกตรวจเครื่องแต่งกาย
        นื่องจากกองยุวกาชาด มีศูนย์กิจกรรมยุวกาชาดในการจัดกิจกรรมยุวกาชาดเพียงแห่งเดียว คือ ศูนย์กิจกรรมยุวกาชาด "ผิน แจ่มวิชาสอน" บางแค กรุงเทพมหานคร โดยศูนย์ดังกล่าวมีพื้นที่เพียง 6ไร่เศษ ในแต่ละปีจะมีสถานศึกษามาขอใช้สถานที่จัดกิจกรรมค่ายพักแรมและอบรมจำนวนมาก โดยทางศูนย์ฯไม่สามารถให้สถานศึกษาใช้บริการได้ทั่วถึง กองยุวกาชาดจึงมีนโยบายก่อสร้างศูนย์กิจกรรมยุวกาชาดเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง คือ ศูนย์กิจกรรมยุวกาชาด "กฐิน กุยยกานนท์" มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 16 ไร่เศษ ซึ่งนางกฐิน กุยยกานนท์เป็นผู้บริจาคที่ดินให้เป็นที่ก่อสร้างศูนย์กิจกรรมยุวกาชาด ตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อปี พ.ศ.2526 และได้เริ่มก่อสร้างโดยใช้งบประมาณจากกรมพลศึกษาถมที่ปี พ.ศ.2534 ก่อสร้างตึกอำนวยการและห้องประชุม ปี พ.ศ. 2535 ก่อสร้างอาคารพัสดุและสาธารณูปโภค ปี พ.ศ.2536 ก่อสร้างอาคารพัก ปี 2537 ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ ปี พ.ศ.2539
        การอบรมครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งจากเมื่อก่อนตอนสมัยเป็นเด็กนักเรียนเราจะต้องทำตามคุณครูที่สอน ฝึกการอยู่ค่ายพักแรม การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำอาหาร การตื่นนอน ระเบียบแถว มันเหมือนย้อนอดีตที่น่าจดจำเหล่านั้นกลับคืนมา บรรยากาศของการอยู่ค่ายกลับมาอีกครั้ง ได้พบเจอเพื่อนครูจากหลายๆโรงเรียน ซึ่งไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่พวกเราก็ช่วยกันทำกิจกรรมที่วิทยากรสอนได้เป็นอย่างดี โดยไม่คิดว่าเราอยู่กันต่างโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรเราก็ช่วยกันถึงผลจะออกมาไม่ประสบผลสำเร็จหรือจะประสบผลสำเร็จนั้น ไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าการมีมิตรสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สามัคคีกัน และช่วยเหลือกัน นี้คือสิ่งที่สำคัญที่สด
แถวตรง!!!
การแสดงรอบกองไฟ
นั่งฟังบรรยายจากวิทยากร

คนรักสายน้ำผึ้ง

เดินการกุศล "คนรักสายน้ำผึ้ง" 

                              
              ผู้อำนวยการโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
                     และคณะผู้บริหารร่วมพิธีเปิดการเดินการกุศล
     
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
เครื่อข่าผู้ปกครอง ร.รสายน้ำผึ้ง






เมื่อวันที่ 9 ก.ค 54 โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้จัดการเดินการกุศล ขึ้นเพื่อมาจัดทำโครงสร้างหลังคาภายในโรงเรียน เพื่อป้องกันแดด ป้องกันฝน และทำกิจกรรมได้อย่างสะดวกเพิ่มมากขึ้น ได้ความร่วมมือจากผู้บริหาร นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชาวบ้านชุมชนใกล้เคียงให้ความร่วมมือ โดยจัดขึ้นที่ สวนเบญจสิริ ภายในงานมีกิจกรรมต่างมากมาย และหนึ่งในกิจกรรมนั้นก็คือ กิจกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการฝึกซ้อมท่ากายบริหารประกอบการเต้นมาชร์เกียรติภูมิซึ่งจะเป็นท่าเต้นประจำของโรงเรียนที่รุ่นพี่ ม.6 จะต้อมมาฝึกซ้อมให้กับน้องม.1 ชั่งเป็นภาพที่น่าประทับใจในความเป็นสายน้ำผึ้ง เหมือนแม่ผึ้ง กำลังสอนลูกผึ้ง ส่วนของการจับรางวัลมีดารางนักแสดงมาเข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน แต่เราก็จำไม่ได้ว่า ฝันดี หรือ ฝันเด่น (^_^) เลยทำให้งานสนุกสนานเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข



                          

กิจกรรมคนรักธรรมชาติ

ชุมนุมเยาวชนสร้างสรรค์ CCC
    C = Culture (วัฒนธรรม)      C = Creative(ความคิดสร้างสรรค์      C=camp (ค่าย)
    
            คุณครูกาญจนา  กลิ่นหอม ที่ปรึกษาชุมนุม
      โดยการดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ของสมาชิกชุมนุมเยาวชนสร้างสรรค์ โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ก่อตั้งชุมนุมในปีการศึกษา 2548 จนถึงปัจจุบัน     ได้เน้นการจัดกิจกรรมแก่สมาชิกชุมนุมให้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  และการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยปลูกฝังให้สมาชิกมีจิตอาสา         มีจิตสำนึกสาธารณะให้เกิดขึ้นในใจ และเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมด้วยการคิดรูปแบบการจัดกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆดังต่อไปนี้

          1.การพัฒนาตนเองและภาวะความเป็นผู้นำ
  2.การพัฒนาเด็ก เยาวชน สังคมและชุมชน
  3.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม                  

ทีม ฅ หัวใจสร้างสรรค์
จากวันแรกถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 3 ปี ต้องขอบคุณคุณครูกาญจนาเป็นอย่างมากที่ให้โอกาสเราได้เข้ามา มีส่วนร่วมกับชุมนุมนี้คุณครูกาญจนา ได้เห็นความสำคัญการพัฒนาความรู้ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยปลูกฝังให้สมาชิกมีจิตอาสา มีจิตสำนึกสาธารณะให้เกิดขึ้นในใจและเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมด้วยการคิดรูปแบบการจัดกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนมาตลอด ทำให้กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีจิตใจที่รักในจิตอาสามาร่วมกัน ช่วยเหลือ พัฒนา ถึงจะเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ใจของพวกเขายิ่งใหญ่ เมื่อได้เห็นถึงความพยายาม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีสุขมีทุกข์ร่วมกัน มันชั่งเป็นภาพที่น่าจดจำและเป็นภาพที่ประทับใจในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ พร้อมกับรอยยิ้มที่พวกเขายิ้มออกมาเมื่อได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่น กับสังคม กับแผ่นดินที่พวกเขาอยู่ โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

ภาพกิจกรรม 


ภาพกิจกรรมปลูกปะการังเทียม จ.ชลบุรี


พี่สอนน้อง จ.สมุทรปราการ


ปลูกต้นไม้เพื่อแม่ของแผ่นดิน บางขุนเทียน

โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ


โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ
อักษรย่อโรงเรียน = ส.น.

ศูนย์รวมใจ 

                  
พระพุทธรูปประจำโรงเรียน พระพุทธเบญจวีสติมมหามงคง
พระพุทธรูปประจำโรงเรียน เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2530 ในสมัยคุณหญิง ลักขณา แสงสนิทดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กฐานพระพุทธรูปมีขนากว้าง 3/8 เมตร(โดยประมาณ) เนื้อที่บริเวณฐานพระพุทธรูป 53 ตารางเมตรฐานย่อยแต่ละฐานใช้วิธีย่อมุมไม้สิบสอง     ปูพื้นและตกแต่งด้วยหินอ่อนสีชมพูทั้งหมดใช้เงินงบประมาณขอสมาคมศิษย์เก่าสายน้ำผึ้ง จำนาวน 220,000 บาท
(สองแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
  


              ตราสัญลักษณ์                                                                      ต้นไม้ประจำโรงเรียน   
 เป็นตราพระราชทาน                                                                             ดอกสายน้ำผึ้ง 
 "มงกุฎเพชรรัตนครอบอักษร ส.น."              
     

                   คติพจน์    
                             ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต                            
                               “ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก ” 

                   สีประจำโรงเรียน  สีน้ำตาล สีเหลือง  

สีน้ำ ตาล หมายถึง ความเข้มแข็ง จิตใจหนักแน่น ประหยัด เรียนง่าย สุขภาพดี
สีเหลือง หมายความว่า ความคิดสร้างสรรค์ ซื่อสัตย์ ยุติธรรม ยึดมั่นคุณธรรมในการดำเนินชีวิต      
สีน้ำตาลเหลือง หมายถึงแนวดำเนินการที่โรงเรียนจะสร้างบุคลาการให้มรจิตใจหนักแน่น มีเหตุผล       มีความอดทน สามารถปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ พัฒนาทั้งทางด้านสติปัญญาความรู้ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ประกอบด้วยลักษณะนิสัยที่ดี ได้แก่ ความซื่อสัตย์ สุขภาพดี รู้จักดำเนินชีวิตเรียบง่ายและประหยัดเสียสละเพื่อส่วนรวม พร้อมที่จะให้ความร่วมมือรับผิดชอบต่อสังคม เป็นการหล่อหลอมบุคลิกภาพนักเรียนปัจจุบันให้ดีที่สุดเช่นศิษย์เก่า ส.น. ที่สร้างเกรียติยศให้ ปรา กฎ เป็นที่นิยมยกย่องประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน